วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สัตว์สังคมขี้ขลาด

ความรู้สึก เหงา เกิดขึ้นกับมนุษย์
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมขี้ขลาด ไม่สามารถอยู่ลำพังได้
แต่สัตว์ป่าอย่างเสือ อยู่ได้
มนุษย์จึงต้องการให้ความรัก เพื่อที่จะรับความรักคืน
การให้ความรักคล้ายเป็นการเรียกร้องแบบหนึ่ง
เป็นเสียงเรียกร้องที่แสนไพเราะ ที่ซ่อนความโหยหาแสนทรมานไว้
ทำไมมนุษย์ต้องเป็นสัตว์สังคม
คงเพราะในยุคดึกดำบรรพ์ ความหวาดกลัวต่อสัตว์ร้าย ภัยธรรมชาติ
ทำให้มนุษย์ต้องรวมกลุ่มเพื่อความปลอดภัย
และสิ่งที่ได้อันดับแรกคือความปลอดภัยทางใจ
จากนั้นสัญชาติญาณสืบพันธุ์ ก็ส่งเราทุกคนมาเกิดดำรงโลกสืบมา
เราต่างดำรงอยู่บนวงจรนี้

จนวันที่สังคมคน กลายเป็นสังคมคนเมือง
รูปแบบความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ก็ถ่างห่างไกล
ความโดดเดี่ยว จึงพาความหวาดหวั่นที่ฝังในก้นบึ้งจิตใจกลับมาเยือน
แต่สัญชาติญาณกลุ่มและสืบพันธุ์ก็ดึงดันไม่ยอมแพ้
สารพัดสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงมนุษย์ไว้ด้วยกันจึงถูกสร้างขึ้น
จากจดหมาย โทรศัพท์ สู่ อีเมล์ จนวันนี้มนุษย์ไปรวมกลุ่ม
ขจัดความโดดเดี่ยวด้วยกัน ในสารพัด Social Network
สะกิดกันและกันว่า เธอไม่เหงาหรอกนะ ด้วย Black Berry Chat, MSN ฯลฯ
สารพัดความสัมพันธ์ถูกสร้างมาฆ่าความเหงา
แล้วมนุษย์หายเหงาไหม?
ในยุคต่อไป ไม่แน่ มนุษย์อาจคิดไม่ออกว่าจะอยู่กับตัวเองอย่างไร
เพราะจิตใจเสพติดความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น จากคนอื่นๆ

ถ้าวันนั้นมาถึง มนุษย์อาจเหงามากขึ้นอีกหลายร้อยเท่า
กับที่สุดความโดดเดี่ยวเพราะไม่รู้จักแม้แต่ตัวเอง
เวลาเปลี่ยน แต่ส่วนลึกในมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน

(เห็นไหม เมื่อผมเขียนบทความนี้ ผมก็อยากให้คนอื่นอ่านด้วย)

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จุดแข็ง คือ จุดอ่อน จุดอ่อน คือ จุดแข็ง โอกาส คือ อุปสรรค อุปสรรค คือ โอกาส

ตามปกติ จุดแข็ง กับจุดอ่อน โอกาส อุปสรรค หรือ SWOT มักจะแตกต่างกัน
เช่น แบลกเบอรี่ หรือ บีบี สุดฮิต
จุดแข็ง คือ แชตกับแก๊งค์ได้ไม่เสียตัง
จุดอ่อน คือ อาจจะจอเล็กไปหน่อย
โอกาส คือ ความต้องการความเป็นกลุ่มของคนรุ่นใหม่
อุปสรรค คือรายได้ของคนกลุ่มนี้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มากมายอะไร
(พี่ทรูกะพี่เอไอเอสเลยงัดโปรโมชั่น ใช้ไปจ่ายไปทีละนิด มาดูดทรัพย์)

แต่บางที จุดอ่อนจุดแข็ง ก็กำเนิดจากสิ่งเดียวกัน
เช่น คนใจร้อน ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อน
กลับเป็นจุดแข็ง สำหรับการทำงานเชิงรุก หากมีสติประกอบเพียงพอ
โอกาส กับอุปสรรค ก็อยู่ที่มุมมอง เช่น เศรษฐกิจแย่อย่างวิกฤติต้มยำกุ้ง
ที่แวบแรกเราคงมองว่ามันคืออุปสรรค
แต่โออิชินั่นไง เกิดได้ก็เพราะวิกฤติ

แปลว่า จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค โอกาส
ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตัวของมันเองตั้งแต่ต้น
ไม่ได้มีความหมายตายตัว ด้านเดียว
เหมือนเหรียญ

เหมือน ความรัก
ความหมายนี้ ใส่ลงไปได้หมดทั้ง 4 ประเด็น
จุดแข็ง ความรักทำให้คนขี้เกียจ กลายเป็นขยันได้แบบต้องขยี้ตามอง
จุดอ่อน ความรักทำให้ฟังเพลงเพราะๆ ที่ผับ แล้วเมาน้ำตาไหล เที่ยวไม่หนุก
โอกาส ความรักทำให้มีคู่คิดดีๆ มาช่วยสร้างชีวิต
อุปสรรค ความรักทำให้เวลาทำการทำงานลดลง
เพราะต้องคอยตอบ เมสเสจ บีบี กับสารพัดกิ๊ก(ผมไม่มี บีบี นะคร้าบบ)

เค้าว่า ถ้าจะวิเคราะห์ธุรกิจง่ายๆ ให้เริ่มทำ SWOT ก่อน แต่ผมว่า
น่าจะใช้ที่ลับคมอาวุธ นั่นก็คือทัศนคติ ก่อนวิเคราะห์ SWOT
หรือเอาแบบแอดว้านซ์ ก็ลับคมกันก่อน แบบทั้งใช้ทัศนคติด้านบวก และด้านลบ

เริ่มจาก SWOT ความรักกันก่อนเลย ดีไหม?

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วัฒนธรรมอ้อมๆ

วันนั้น มีธุระต้องไปดูถ่ายงาน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เริ่มต้นที่ส่วนที่เป็นสำนักงานรอเจ้าหน้าที่
ต่อด้วยรอเจ้าหน้าที่ติดต่อเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายหนึ่ง รอคิวถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่เรียกไปหน้าห้อง เจ้าหน้าที่ให้เข้าคิว
รอเอาบัตรมาติด ติดบัตรเสร็จ ขึ้นรถครับ ขึ้นรถไปที่ตัวท่าอากาศยาน
ไปทำไมครับ ไปรอต่อครับ รอเสร็จครับ ก็ขึ้นรถอีก ขับต่อไปที่อีกหน่วยงานหนึ่ง
เพื่อจะเข้าไปอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อจะขึ้นรถตู้ไปอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นจุดถ่ายทำ
เมื่อขึ้นรถไปสักพัก แจ่มครับแจ่ม มันอ้อมวนกลับมาที่เดิมที่จุดตอนเริ่มแรก
ยังแจ่มไม่จบครับ พอถึงจุดถ่ายทำ เจ้าหน้าที่ให้ทุกคนลงจากรถครับ
ลงมาทำไม ไม่ต้องงงครับ ลงมาตรวจสิ่งของ อาวุธ
แล้วก็ขึ้นรถกลับไปอีกที เพื่อขับไปจอด ณ จุดจอด
โอ้ว เขียนยังเหนื่อย อ่านมีเหนื่อย
ได้เริ่มต้นถ่ายงานแล้ว กระบวนการนี้ ตั้งแต่ 09.00 – 14.00 น.

ความอ้อม คือแสดงความมีอำนาจอย่างหนึ่ง เพื่อการควบคุมคนอื่น
และเพื่อบอกว่าตนเองอยู่สูงกว่าคนอื่น หรือเปล่าก็มิทราบได้
แหม แต่มันเท่นะ ได้คอนโทรลคนอื่น

ผมว่า กระบวนการอ้อม มันแทรกซึมอยู่ในอณูชีวิตไทยๆ แบบเรา
เราคงเคยคุ้นกับคำพูดทำนอง ยังไม่ได้รับรายงาน ต้องแจ้งผู้ใหญ่ก่อน ต้องดูทิศทางลมก่อน
อย่างชื่อ กระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย ทำไมไม่ กระทรวงดูแลความสงบเรียบร้อย
อย่างกระทรวงท่องเที่ยวไม่อ้อม แต่เป็นกระทรวงเกรดบี
หรือเพราะมหาดไทยเป็นกระทรวงที่มีอำนาจมากกว่า?
อย่างภาพยนตร์ เรื่อง Speed ของเราแปลอออกมา “สปีดเร็วกว่านรก”
อยากทราบว่า ที่นรกสปีดช้ากว่าโลก หรือยังไง อยากรู้พวกมึงต้องไปดูเองนะจ๊ะ
แต่ภาษาลาวเค้าเรียก “เบรกบ่ออยู่” เอ้อ ชัดเจนเข้าใจง่ายดี
หรือแม้แต่โฆษณา สินค้าที่บอกอะไรเราตรงๆ ควบคุมเราไม่ได้มากเท่าไหร่
เช่น รองเท้ากีฬา แม็กซ์ฟีลลิ่ง “ผลิตจากวัสดุชั้นดี ใส่แล้ววิ่งเร็ว ไม่ปวดเมื่อย”
กับ ไนกี้ “just do it” มันไม่ได้บอกอะไรเราเลย มันบอกอ้อมๆ
ให้เราคิดเอง เราก็เออเอง เชื่อเอง แล้วก็ซื้อมันแพงๆ เอง (ผมก็ด้วย)

หรือ คำพูดของคนกร่างบางคนที่ว่า “มึงรู้ไหม กูลูกใคร?” นี่ไง งงไปเลย หวั่นจิตกันไป
คนฟัง เดาไม่ออก ต้องคิดๆๆๆๆ เพราะประโยคมันอ้อมให้ผงะดี

ยิ่งเป็นคำพูดของคนบางเพศ ที่อยู่ดีๆ ก็ถามขึ้นมาเช่น
จำได้ไหม เราเจอกันครั้งแรกที่ไหน (ถ้าจำไม่ได้ มึงซวย)
วันนี้วันอะไรเอ่ย (ฮึ่มถ้าลืม แปลว่ารักน้อยลง กรูงอนแน่)
ไม่ต้องโทรมาอีกนะ(แต่ถ้ามึงไม่โทรมาจริงๆ กูก็จะโกรธมึงอีกน่ะแหละ)

คนเพศนี้จึงชอบอ้อมมากๆ เพราะมันทำให้เธอมีอำนาจเหนือกว่าอีกเพศหนึ่ง
คนเพศนี้ คือเพศไหน แหมอย่าให้บอกกันตรงๆ เล้ยยยยยยยยยยยยย