วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วินัยมา เพราะศรัทธาเกิด

อยากรู้จังเลยว่า มีร้านราเม็งในญี่ปุ่นร้านไหนไหม ที่ห่วยแตก แต่ยังอยู่และขายได้ ไม่เจ๊ง เท่าที่สอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านเที่ยวญี่ปุ่น ก็พบว่ายังไม่มีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น

ญี่ปุ่น ชนชาติที่ใครๆ ต่างชอบเอามาอ้างอิงเรื่องความมีวินัย เวลาที่อยากให้คนอื่นๆ มีวินัย หรือเอาไว้เป็นตัวเปรียบเทียบ เอาไว้ติ เมื่อขัดใจในการกระทำของผู้อื่นที่ไม่ถูกใจตัวเอง

แล้วการมีวินัยของชนชาตินี้มีได้ยังไง

เชื่อว่ามันต้องมาจากความเชื่อถือในอะไรบางอย่างที่แน่วแน่ เมื่อคิดอย่างเดียวกันแล้ว คนส่วนใหญ่จึงทำสิ่งเดียวกันได้

คงเป็นด้วยความเป็นชนชาติที่เอาจริงในเรื่องศักดิ์ศรีที่เคยชนะหลายประเทศในสงครามโลก บวกกับความทะนงว่าชนชาติตัวเองนั้นเกรียงไกร (ความเชื่อชุดหนึ่งในหมู่คนเชื้อชาติเดียวกัน) แต่บทสุดท้ายของการขยายอาณาจักร กลับถูกทำลายเกลี้ยงด้วยนิวเคลียร์จากประเทศโนเนมอย่างอเมริกาในตอนนั้น

เพราะรากเหง้าจากวันวานที่เป็นด้านทุกข์แบบเดียวกัน ได้หล่อหลอมให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือสร้างชาติ การใช้ชีวิตตั้งแต่บัดนั้นมาจึงเป็นการกระทำเพื่อสร้างชาติ เมื่อเชื่อแบบเดียวกัน ทำบนจุดหมายเดียวกัน
ซึ่งนั่นก็คือ มีศรัทธาเดียวกัน วินัยจึงตามมาเอง

ที่ใครๆ ใครก็ไม่รู้บอกไว้ว่า วินัยใช้สร้างชาติได้ เราคงต้องกลับไปสร้างสิ่งที่เป็นต้นเหตุให้ได้ก่อน ซึ่งก็คือศรัทธา ซึ่งก็ไม่ต่างจากการเซต Vision และ Mission ของบริษัท

เพราะญี่ปุ่นเซตได้ เราจึงได้เห็น ราเม็ง สุดยอด ในรายการทีวีแชมเปี้ยน ที่แต่ละร้านต่างมีแนวทางที่โดดเด่น ที่มาจากความตั้งใจมุ่งมั่นในเป้าหมายที่เป็นแนวทางของตน แม้ต่างวิธี แต่มุ่งไปในวิถีที่จะสร้างราเม็งชั้นเลิศที่สุด

ไม่น่าเชื่อ ความอร่อย วินัยยังพามายังได้เลย

ถ้าในข้าวกระเพราหมูของเรา ถูกใส่ศรัทธาลงไป เช่น จะผัดกระเพราที่เนื้อนุ่มที่สุดด้วยใบกระเพราที่คัดพันธ์ที่หอมที่สุด ราดลงบนข้าวหอมมะลิที่เมื่อเข้าปากแล้ว อุ้มรสกระเพราหมูที่ผัดแล้วไว้ได้ดีที่สุด

แต่ดูแล้วคงยังยากและไกลอยู่พอควร ตราบเท่าที่เรายังต่อแถว กินสุกี้บุฟเฟ่ต์บวกซูชิญี่ปุ่นที่วัตถุดิบแค่พอรับได้ จะหาสิ่งที่เพียงเลียบเคียงเข้าไปแตะความเป็นเลิศนั้นยังไม่มี

เพราะเหตุนี้เอง เราจึงมีร้านอาหารตามสั่งแบบชั้นดีที่ขายจานละเป็นร้อย ขณะที่ยังมีร้านอาหารตามสั่ง วัตถุดิบและรสชาติไม่เข้าขั้นที่ยังขายได้ และยังมีคนจำใจกิน

ไม่น่าเชื่อ ความไม่อร่อย ยังอยู่ได้ เพราะความไม่มีวินัยยังหล่อเลี้ยงมันอยู่

กระสุนประชานิยมในวันนั้น ทะลวงเมืองไทยมาถึงวันนี้

ปิดราชประสงค์ คือการข่มขู่เอาเงินภาษีของชนชั้นกรุงและกลาง

เนื่องจากชนชั้นรากหญ้าและเหล่าผู้รักทักษิณ มองว่าการเอาเงินจากภาษีชนชั้นกรุงและกลางไปทำประชานิยม คือสิทธิอันชอบธรรม และแทนความหมายคำว่าประชาธิปไตยและคำว่าสิทธิเสรีภาพ ด้วยการการปิดถนนสร้างความเดือดร้อน โดยห่อหุ้มด้วยคำว่าสันติอหิงสาอีกรอบให้ดูดี

โดยที่แพคเกจสวยงามดูดีนี้ หุ้มเนื้อแท้ของถ้อยแถลงข่มขู่ไว้ว่า “พวกเอ็งไอ้ชนชั้นกรุงและกลาง เอ็งต้องยอมให้นักการเมืองของพวกกูเอาภาษีเอ็งมาหว่านพวกกู” ลงท้ายก็ใช้กำลัง เพราะพวกเค้าไม่มีปัญญาที่สามารถนึกสิ่งสร้างสรรค์กว่านี้ออก และเพราะผู้นำทางความคิดซึ่งหมายถึงพวกแกนนำก็ไม่ได้ใส่ใจคนรากหญ้าอย่างแท้จริง สักแต่เอาคำว่าไพร่กับอำมาตย์มาสร้างวาทกรรมโง่ๆ เท่านั้น

เพราะถ้าแกนนำของรากหญ้ามองที่ความเดือดร้อนจริง การเรียกร้องครั้งนี้คงไม่ใช่การยุบสภา
แต่ต้องเป็นการเรียกร้องในประเด็นที่เกี่ยวกับการเติมปัญญาให้ชาวรากหญ้า
เพื่อให้เค้ารู้เท่าทันวิธีคิดแบบโลกทุนนิยม และคิดเป็น ต่อสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายการศึกษา
ที่ต้องบูรณาการกับท้องถิ่น หรือเป็นเรื่องของบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้ชาวบ้านที่ขาดโอกาสเพราะถูกกดขี่ด้วยโครงสร้างของนายทุนชั้นเลว ได้มีทุนในการรวมกลุ่มสร้างสหกรณ์ รวมตัวตั้งโรงสีชุมชน
เรื่องการทำไร่นาผสมผสานตามแนวพระราชดำรัส ทั้งหมดนี้เพื่อกันพ่อค้าคนกลางออกไปจากระบบ ฯลฯ
แต่พวกเค้าไม่ได้ทำในข้อที่ควรเหล่านี้เลย จุดประสงค์ที่แท้จริงของแกนนำก็รู้ๆ กันอยู่
ว่าทำเพื่อกลับเข้าไปเสวยอำนาจเมื่อได้เป็นรัฐบาล แสนเอวังไหม

เมื่อชาวรากหญ้าไม่เข้าใจ รู้ไม่เท่าทันแนวความคิดของโลกทุนนิยม
ก็จึงตกเป็นแค่เครื่องจักรผลิตสินค้าตั้งต้นให้คนที่รู้เท่าทันเอาไปต่อยอดสร้างกำไร
เมื่อไม่มีต้นทุนที่เรียกว่าปัญญา ก็ไม่สามารถคว้าเงินในส่วนที่ควรจะคว้าได้มาเป็นของตัว
การที่พึ่งปัญญาตนเองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องไปพึ่งพิงบุคคลที่คิดว่าพึ่งได้ และได้เคยให้สิ่งนั้นมา
และมองว่ามันคือทางออก ทางรอด ซึ่งก็เป็นวิธีคิดแบบอุปถัมป์แบบเดิม

เมื่อหวังพึ่งจึงเชื่อเขา และพร้อมจะทำตามเขา เมื่อพร้อมทำตามเขา จึงต้องตกเป็นเบี้ยของเขาอย่างช่วยไม่ได้
สุดท้ายชนชั้นรากหญ้าที่คิดว่ามีสิทธิมีเสียงแล้วนั้น ก็เป็นเพียงสิทธิเสียงที่ตะโกนแบบนกแก้วนกขุนทอง
ตามชนชั้นนายทุนชั้นเลวที่ตะโกนนำเท่านั้น ในเชิงโครงสร้างเห็นได้ชัดว่า
ชนชั้นรากหญ้าก็ยังก้าวข้ามไม่พ้นกรอบที่จำกัดตัวเอง แล้วจะไปก้าวข้ามทักษิณได้อย่างไร
น่าขบขันยิ่งนัก

ในอีกมุมของเบี้ยกลุ่มนี้ยังเป็นตัวประกันความชอบธรรม ให้นายทุนชั้นเลวและแกนนำไว้เป็นโล่ห์มนุษย์
เพื่อตะโกนบอกสังคมว่า หากทหารเข้าสลายทหารจะมีความผิด และรัฐบาลจะไร้ความชอบธรรม
กระบวนการทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นจริงๆ แล้วก็มาจากคนชื่อทักษิณต้องการเรียกค่าไถ่พวกเรา
สุดท้ายเมื่อพวกเราไม่ยอมให้ ตัวประกัน(ที่เป็นชีวิตคนจริงๆ) และเชิงสัญลักษณ์ (เซ็นทรัลเวิลด์) จึงถูกฆ่า
เพื่อข่มขู่ หรือแก้แค้นประเทศนี้คืนบ้างที่เอาเงินหลักหมื่นล้านของเขาเข้าหลวง ซึ่งซากนั้นจะยังคงตระหง่านให้เราเห็นไปอีกนานกลางราชประสงค์

ใช้ชนชั้นกลางเป็นตัวประกัน เพื่อจะปล้นภาษีไปทำประชานิยมสร้างฐานอำนาจตนเอง
ใช้รากหญ้าเป็นเบี้ยไว้เดินหมากกลับสู่อำนาจ แถมยังใช้เบี้ยเหล่านี้เป็นโล่ห์มนุษย์สร้างความชอบธรรมได้อีก

สุดยอดจริงๆ ทักษิณ ชินวัตร

วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความสุขของเรา ใครเขามิอาจบอก

........บูทีคโฮเต็ล สุดฮิป พร้อมเตียงอุ่นสบาย ท่ามกลางแอร์เย็นฉ่ำ รอคุณมาสัมผัส........

ปราบดา หยุ่น เคยกล่าวถึงตัวเองเอาไว้ว่า เค้าเป็นคนที่นอนแอร์ไม่ได้ จะร้อนเพียงไหน เหงื่อจะไหลย้อยเท่าไรยามหลับ ก็ขอนอนเป่าพัดลมดีกว่า แม้ตื่นขึ้นมาเหงื่อยังชุ่มโชกก็โอเค จะว่าเค้าดัดจริตก็ไม่ใช่ แต่เค้าชอบของเค้าแบบนี้

........ราเม็งต้นตำรับจากญี่ปุ่น น้ำซุปเคี่ยวบนไฟอ่อนๆ 1 วันเต็มๆ เพื่อที่สุดของรสชาติ........

ประภาส ชลศรานนท์ เคยเล่าถึงเพื่อนของเค้าคนนึงไว้ว่า เพื่อนคนนี้ชอบกินก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เส้นแบบปกติกับช้าวสวย และบ่อยๆเวลาสั่ง เด็กในร้านจะเหลือบมองด้วยความแปลกใจระคนสงสาร และคงคิดว่าพี่คนนี้คงไม่ค่อยมีจะกิน แต่เปล่า พี่เค้าชอบของเค้าแบบนี้

........สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ของกาแฟปั่นสูตรพิเศษ ให้คุณสุขล้นกับคาราเมลรสล้ำ........

หรืออย่างผู้กำกับ ติสต์สุดๆ อย่าง เป็นเอก รัตนเรือง ถึงกับกล่าวไว้ว่า การดื่มกาแฟสบายๆ ยามเช้าที่บ้านของเค้านี่ สำคัญอย่างมาก ไม่ว่าใครก็อย่าได้มาพรากสิ่งนี้ไปจากเค้าทีเดียวเชียว จะคิดว่าพี่แกเรื่องมาก ไปนั่งร้านกาแฟดีๆ หรูๆ ไม่ชิลกว่าเป็นไหนๆ หรือ แต่นั่นแหละ พี่เค้าชอบของเค้าแบบนี้

ผมเองก็ชอบทานเบียร์ ซึ่งสถานะก็พอที่จะดื่มยี่ห้อดีๆ ใดๆ ก็ทำได้ แต่ไหงก็ชอบจิบแต่ ลีโอ เบียร์ราคาย่อมเยาว์ เป็นส่วนใหญ่ จะว่าไม่กล้าลองเบียร์อื่นๆ ก็ไม่ใช่ เพราะก็ลองมาสารพัด แต่ผมก็ชอบของผมแบบนี้ (แต่ของ Hogarden ที่แพงๆ นี่ก็ชอบเลยนะ)

ยิ่งถ้าได้ดื่มมื้อเย็นร้านข้าวต้มฝีมือดีๆ แล้วล่ะก็ อื้มมมม ฟินครับฟิน

อะไรที่หาได้ง่ายๆ ราคาถูกๆ อาจได้ผลลัพธ์ความสุขที่เกินราคาของมัน ความสุขมิกซ์แอนด์แมทซ์ได้ ไม่ต้องซื้อของใหม่เสมอไป

แปลว่า ตัววัดความสุข อยู่ที่รูปแบบชีวิตของแต่ละคน ซึ่งแปลว่ามีหลากหลายแบบ

แปลว่าสุดท้ายแล้วคุณภาพของความสุข ขึ้นอยู่กับแบบของเรา

ไม่ใช่แบบ ที่ใครเขาบอก

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กลอนสอนบัว

เอาอะไรวัดใครว่าใจหยิ่ง เพียงความจริงที่นึกเอาเท่านั้นหรือ

ความทะนงในตนนั้นผิดฤา หากทะนงนั้นคือจากหมั่นเพียร

อยากให้ใครอื่นเขานั้นเคารพ จงเคารพตัวเองไว้ให้สเถียร

หากโมหะนั้นยังพาให้เบียดเบียน ถึงพากเพียรหมั่นไปก็มืดมน

เพราะสังขารมีหน้าที่ไว้ตอบจิต สิ่งใดคิดจึงกระทำน้อมนำผล

สนิมจึงเกิดจากเนื้อแต่ในตน ประกายเพชรที่ฉายยลก็เช่นกัน

ต่างชีวิตต่างเลือดเนื้อต่างวิถี ต่างย่อมมีทางตนเองบรรเลงฝัน

แม้พี่น้องร่วมอุทรยังต่างกัน ดั่งใบไม้เหมือนกันนั้นไม่มี

แล้วจะหวังอันใดให้เหมือนเล่า ความคิดท่านต่างจากเขาก็ผิดสิ

แสวงร่วมสงวนต่างนี่สุดดี ปราชญ์กวีได้ชี้ทางสว่างใจ

แม้คาดหวังสิ่งใดจงให้เขา จะได้คืนสิ่งที่เราได้ส่งให้

นี่คือกรรมศาสดาท่านว่าไว้ สุดแล้วไซร้ แค่ร่วมภพมาพบพาน

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สัตว์สังคมขี้ขลาด

ความรู้สึก เหงา เกิดขึ้นกับมนุษย์
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมขี้ขลาด ไม่สามารถอยู่ลำพังได้
แต่สัตว์ป่าอย่างเสือ อยู่ได้
มนุษย์จึงต้องการให้ความรัก เพื่อที่จะรับความรักคืน
การให้ความรักคล้ายเป็นการเรียกร้องแบบหนึ่ง
เป็นเสียงเรียกร้องที่แสนไพเราะ ที่ซ่อนความโหยหาแสนทรมานไว้
ทำไมมนุษย์ต้องเป็นสัตว์สังคม
คงเพราะในยุคดึกดำบรรพ์ ความหวาดกลัวต่อสัตว์ร้าย ภัยธรรมชาติ
ทำให้มนุษย์ต้องรวมกลุ่มเพื่อความปลอดภัย
และสิ่งที่ได้อันดับแรกคือความปลอดภัยทางใจ
จากนั้นสัญชาติญาณสืบพันธุ์ ก็ส่งเราทุกคนมาเกิดดำรงโลกสืบมา
เราต่างดำรงอยู่บนวงจรนี้

จนวันที่สังคมคน กลายเป็นสังคมคนเมือง
รูปแบบความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ก็ถ่างห่างไกล
ความโดดเดี่ยว จึงพาความหวาดหวั่นที่ฝังในก้นบึ้งจิตใจกลับมาเยือน
แต่สัญชาติญาณกลุ่มและสืบพันธุ์ก็ดึงดันไม่ยอมแพ้
สารพัดสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงมนุษย์ไว้ด้วยกันจึงถูกสร้างขึ้น
จากจดหมาย โทรศัพท์ สู่ อีเมล์ จนวันนี้มนุษย์ไปรวมกลุ่ม
ขจัดความโดดเดี่ยวด้วยกัน ในสารพัด Social Network
สะกิดกันและกันว่า เธอไม่เหงาหรอกนะ ด้วย Black Berry Chat, MSN ฯลฯ
สารพัดความสัมพันธ์ถูกสร้างมาฆ่าความเหงา
แล้วมนุษย์หายเหงาไหม?
ในยุคต่อไป ไม่แน่ มนุษย์อาจคิดไม่ออกว่าจะอยู่กับตัวเองอย่างไร
เพราะจิตใจเสพติดความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น จากคนอื่นๆ

ถ้าวันนั้นมาถึง มนุษย์อาจเหงามากขึ้นอีกหลายร้อยเท่า
กับที่สุดความโดดเดี่ยวเพราะไม่รู้จักแม้แต่ตัวเอง
เวลาเปลี่ยน แต่ส่วนลึกในมนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน

(เห็นไหม เมื่อผมเขียนบทความนี้ ผมก็อยากให้คนอื่นอ่านด้วย)

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จุดแข็ง คือ จุดอ่อน จุดอ่อน คือ จุดแข็ง โอกาส คือ อุปสรรค อุปสรรค คือ โอกาส

ตามปกติ จุดแข็ง กับจุดอ่อน โอกาส อุปสรรค หรือ SWOT มักจะแตกต่างกัน
เช่น แบลกเบอรี่ หรือ บีบี สุดฮิต
จุดแข็ง คือ แชตกับแก๊งค์ได้ไม่เสียตัง
จุดอ่อน คือ อาจจะจอเล็กไปหน่อย
โอกาส คือ ความต้องการความเป็นกลุ่มของคนรุ่นใหม่
อุปสรรค คือรายได้ของคนกลุ่มนี้ ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มากมายอะไร
(พี่ทรูกะพี่เอไอเอสเลยงัดโปรโมชั่น ใช้ไปจ่ายไปทีละนิด มาดูดทรัพย์)

แต่บางที จุดอ่อนจุดแข็ง ก็กำเนิดจากสิ่งเดียวกัน
เช่น คนใจร้อน ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อน
กลับเป็นจุดแข็ง สำหรับการทำงานเชิงรุก หากมีสติประกอบเพียงพอ
โอกาส กับอุปสรรค ก็อยู่ที่มุมมอง เช่น เศรษฐกิจแย่อย่างวิกฤติต้มยำกุ้ง
ที่แวบแรกเราคงมองว่ามันคืออุปสรรค
แต่โออิชินั่นไง เกิดได้ก็เพราะวิกฤติ

แปลว่า จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค โอกาส
ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตัวของมันเองตั้งแต่ต้น
ไม่ได้มีความหมายตายตัว ด้านเดียว
เหมือนเหรียญ

เหมือน ความรัก
ความหมายนี้ ใส่ลงไปได้หมดทั้ง 4 ประเด็น
จุดแข็ง ความรักทำให้คนขี้เกียจ กลายเป็นขยันได้แบบต้องขยี้ตามอง
จุดอ่อน ความรักทำให้ฟังเพลงเพราะๆ ที่ผับ แล้วเมาน้ำตาไหล เที่ยวไม่หนุก
โอกาส ความรักทำให้มีคู่คิดดีๆ มาช่วยสร้างชีวิต
อุปสรรค ความรักทำให้เวลาทำการทำงานลดลง
เพราะต้องคอยตอบ เมสเสจ บีบี กับสารพัดกิ๊ก(ผมไม่มี บีบี นะคร้าบบ)

เค้าว่า ถ้าจะวิเคราะห์ธุรกิจง่ายๆ ให้เริ่มทำ SWOT ก่อน แต่ผมว่า
น่าจะใช้ที่ลับคมอาวุธ นั่นก็คือทัศนคติ ก่อนวิเคราะห์ SWOT
หรือเอาแบบแอดว้านซ์ ก็ลับคมกันก่อน แบบทั้งใช้ทัศนคติด้านบวก และด้านลบ

เริ่มจาก SWOT ความรักกันก่อนเลย ดีไหม?

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วัฒนธรรมอ้อมๆ

วันนั้น มีธุระต้องไปดูถ่ายงาน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เริ่มต้นที่ส่วนที่เป็นสำนักงานรอเจ้าหน้าที่
ต่อด้วยรอเจ้าหน้าที่ติดต่อเจ้าหน้าที่อีกฝ่ายหนึ่ง รอคิวถ่ายรูป
เจ้าหน้าที่เรียกไปหน้าห้อง เจ้าหน้าที่ให้เข้าคิว
รอเอาบัตรมาติด ติดบัตรเสร็จ ขึ้นรถครับ ขึ้นรถไปที่ตัวท่าอากาศยาน
ไปทำไมครับ ไปรอต่อครับ รอเสร็จครับ ก็ขึ้นรถอีก ขับต่อไปที่อีกหน่วยงานหนึ่ง
เพื่อจะเข้าไปอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อจะขึ้นรถตู้ไปอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นจุดถ่ายทำ
เมื่อขึ้นรถไปสักพัก แจ่มครับแจ่ม มันอ้อมวนกลับมาที่เดิมที่จุดตอนเริ่มแรก
ยังแจ่มไม่จบครับ พอถึงจุดถ่ายทำ เจ้าหน้าที่ให้ทุกคนลงจากรถครับ
ลงมาทำไม ไม่ต้องงงครับ ลงมาตรวจสิ่งของ อาวุธ
แล้วก็ขึ้นรถกลับไปอีกที เพื่อขับไปจอด ณ จุดจอด
โอ้ว เขียนยังเหนื่อย อ่านมีเหนื่อย
ได้เริ่มต้นถ่ายงานแล้ว กระบวนการนี้ ตั้งแต่ 09.00 – 14.00 น.

ความอ้อม คือแสดงความมีอำนาจอย่างหนึ่ง เพื่อการควบคุมคนอื่น
และเพื่อบอกว่าตนเองอยู่สูงกว่าคนอื่น หรือเปล่าก็มิทราบได้
แหม แต่มันเท่นะ ได้คอนโทรลคนอื่น

ผมว่า กระบวนการอ้อม มันแทรกซึมอยู่ในอณูชีวิตไทยๆ แบบเรา
เราคงเคยคุ้นกับคำพูดทำนอง ยังไม่ได้รับรายงาน ต้องแจ้งผู้ใหญ่ก่อน ต้องดูทิศทางลมก่อน
อย่างชื่อ กระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย ทำไมไม่ กระทรวงดูแลความสงบเรียบร้อย
อย่างกระทรวงท่องเที่ยวไม่อ้อม แต่เป็นกระทรวงเกรดบี
หรือเพราะมหาดไทยเป็นกระทรวงที่มีอำนาจมากกว่า?
อย่างภาพยนตร์ เรื่อง Speed ของเราแปลอออกมา “สปีดเร็วกว่านรก”
อยากทราบว่า ที่นรกสปีดช้ากว่าโลก หรือยังไง อยากรู้พวกมึงต้องไปดูเองนะจ๊ะ
แต่ภาษาลาวเค้าเรียก “เบรกบ่ออยู่” เอ้อ ชัดเจนเข้าใจง่ายดี
หรือแม้แต่โฆษณา สินค้าที่บอกอะไรเราตรงๆ ควบคุมเราไม่ได้มากเท่าไหร่
เช่น รองเท้ากีฬา แม็กซ์ฟีลลิ่ง “ผลิตจากวัสดุชั้นดี ใส่แล้ววิ่งเร็ว ไม่ปวดเมื่อย”
กับ ไนกี้ “just do it” มันไม่ได้บอกอะไรเราเลย มันบอกอ้อมๆ
ให้เราคิดเอง เราก็เออเอง เชื่อเอง แล้วก็ซื้อมันแพงๆ เอง (ผมก็ด้วย)

หรือ คำพูดของคนกร่างบางคนที่ว่า “มึงรู้ไหม กูลูกใคร?” นี่ไง งงไปเลย หวั่นจิตกันไป
คนฟัง เดาไม่ออก ต้องคิดๆๆๆๆ เพราะประโยคมันอ้อมให้ผงะดี

ยิ่งเป็นคำพูดของคนบางเพศ ที่อยู่ดีๆ ก็ถามขึ้นมาเช่น
จำได้ไหม เราเจอกันครั้งแรกที่ไหน (ถ้าจำไม่ได้ มึงซวย)
วันนี้วันอะไรเอ่ย (ฮึ่มถ้าลืม แปลว่ารักน้อยลง กรูงอนแน่)
ไม่ต้องโทรมาอีกนะ(แต่ถ้ามึงไม่โทรมาจริงๆ กูก็จะโกรธมึงอีกน่ะแหละ)

คนเพศนี้จึงชอบอ้อมมากๆ เพราะมันทำให้เธอมีอำนาจเหนือกว่าอีกเพศหนึ่ง
คนเพศนี้ คือเพศไหน แหมอย่าให้บอกกันตรงๆ เล้ยยยยยยยยยยยยย