“แฮงค์เอ๊าต์ชิลๆ ในร้านกาแฟอิตาเลียน บนโซฟานุ่มๆ เหมือนอยู่บ้านของคุณเอง
ละเลียดกาแฟถ้วยโปรดของคุณ กับเพลงแจ๊ซละมุนของนักดนตรีชาวฝรั่งเศส”
เพราะโลกมันหมุนเร็ว น่าเหน็ดเหนื่อย
ภาพสวยๆ ในคอลัมน์แนะนำร้านอาหารจากนิตยสาร และฟรีแม็กกาซีนต่างๆ ทั่วกรุง
จึงสามารถกระตุ้นให้ผมอยากออกไปเสพความอิสระแสนสุข ที่ร้านเหล่านั้นเสียจริงๆ
แต่ถ้าลองถอดสมการ ที่ทำให้เกิดผลในการกระตุ้นเร้านี้สำเร็จออกมาดู เราจะพบ
เลย์เอ๊าต์ที่ถูกจัดอย่างสวยงามตามหลักกราฟฟิกดีไซน์
ภาพถ่ายสวยๆ ในสภาพแสงดีๆ ที่ตกแต่งด้วยโปรแกรมแต่งภาพอีกที
การตกแต่งร้านที่จัดวางให้สวยแบบนิตยสารจัดบ้าน
ร้านใหม่นี้มีคอนเสปท์น่าสนใจ
ความอยากของเราเกิดขึ้นจากสิ่งเร้าเหล่านี้ จนรูปแบบของมันอาจไปกลบความสุขแบบอื่นๆ ที่เราอาจหาได้ง่ายกว่า
อันนี้ สมการของผมเอง
ที่บ้านมหาชัย เป็นร้านขายของในตลาดติดสถานีรถไฟ
ผลไม้รอบดึกที่หม่าม้าผมปลอกผลไม้ในครัว เรียงมันใส่จานแล้วยกมาให้ลูกๆ กินกัน
ในห้องที่เป็นทั้งห้องนอนและห้องรับประทานอาหาร ที่สำคัญนั่งตรงพื้นห้อง
ปูด้วยเสื่อน้ำมันลายคลาสสิก
ความสวยของงานอาร์ตในร้านกาแฟกลาดเกลื่อน เจอกับลายเสื่อน้ำมันประดับด้วยโต๊ะไม้วางจานผลไม้
โซฟาหนานุ่มแนวโมเดิร์น เจอกับหมอนนอนหนุนที่เอามาใช้พิงเอนดูทีวี
โอ้ นี่มัน Differentiate Service ชัดๆ
ก็คงต้องพูดแบบที่มีคนพูดมาแล้ว “บางทีความสุขอยู่ใกล้ๆ แต่ความเคยชินทำให้ความพิเศษเหล่านั้นหายไป” เชื่อว่าทุกคนคงมีสมการความสุขที่สร้างได้เอง เพียงแต่มันไม่ได้อยู่ในรูปแบบอันสมบูรณ์แบบเลอเลิศ และเราไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากๆ เพื่อซื้อมันมา แล้วเราถึงจะสุข ต้องทำให้คนอื่นรู้ว่าเราไปที่เหล่านั้น ใช้บริการเหล่านั้นมาแล้ว แล้วอัพโหลดภาพถ่ายไปขึ้น Facebook, Hi5 ฯลฯ เราถึงจะสุข
เราจะตระหนักและซึ้งถึงความสุขชั้นดี จากการจ่ายเงินซื้อแพงๆ เท่านั้นหรือ
กลับบ้านหาหม่าม้าดีกว่า
อิอิ
ความสุขอยู่ที่ใจครับ
ตอบลบผมชอบคำนี้ที่สุด
มาเยี่ยมครับ :)
พี่ติกบรรยายซะจนอยากกลับบ้านไปกินมะม่วงที่แม่ปอกเลย (T^T)
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบสมการความสุขของพี่กระติก จะเอ็กซิคิ้ว ยังไงกันหว่า อิอิ
ตอบลบ