วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เพลงรักกับมาสโลว์

“ทำไมถึงมีแต่เพลงรักอกหักนะ สมัยนี้ “

เชื่อว่าใครหลายๆ คนคงเคยได้ยินเสียงบ่นทำนองนี้ ลองมาคิดเล่นๆ ว่าถ้าเรารับประทานอาหารอย่างอิ่มอร่อย
เราจะมีอารมณ์แต่งเพลงแบบ “โอ้ อาหารมื้อนี้ ช่างเลิศรส บดขยี้หัวใจเหลือเกิน ”ไหม? หรือในเช้าที่เราตื่นเช้ามาแล้วต้องรีบอาบน้ำ
แต่งตัวไปทำงาน เราจะมีอารมณ์แต่งเพลงแบบ “เช้าวันใหม่ อาบน้ำอย่างไว ใส่เชิ้ตเก่า เข้าออฟฟิศ ”ไหม?
ฟังดูขำกลิ้งโคดถ้าได้ยินเพลงลักษณะนี้

ไม่ได้จะบอกว่าเพลงแนวนี้ผิดนะครับ แต่มันคงขาดอารมณ์ร่วมถ้าจะทำเพลงนี้สู่สาธารณะชน แล้วอารมณ์แบบไหน เรื่องราวแบบไหน สาธารณะชนถึงจะเข้ามามีส่วนร่วมได้ กลับไปที่คำบ่นเลยครับ ก็เพลงรักอกหักนั่นไง

ทำไมถึงต้องเป็นเพลงรักอกหัก

ก็เพราะสภาพสังคมกระมังครับ ในยุคนี้คนเราอยู่ในสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมคล้ายๆ กัน เช่นเรียนหนังสือจบ ม.6 เอนทรานซ์
รับน้อง มหาลัย รับปริญญา สมัครงาน เป็นลูกน้อง เลื่อนตำแหน่ง ขายของสวนจตุจักร เดินสยาม เที่ยวเสม็ด ขึ้นอ.ปาย ใส่ยีนส์ กินซูชิ ฯลฯ เหล่านี้คือคนส่วนใหญ่ซึ่งจะเป็นชนชั้นกลางที่ส่วนมาก มีปัจจัยพื้นฐานสำหรับชีวิตเพียงพอแล้ว ลำดับต่อไปที่ชนชั้นกลางอยากพานพบ
ใฝ่หา นั่นก็คือเรื่องความรัก ซึ่งเป็นความต้องการตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ เรียกว่า Heirachy of Needs
มี 5 ลำดับขั้น ซึ่งความต้องการด้านนี้อยู่ในขั้นที่ 3 โดย

ขั้นที่ 1 คือ ความต้องการระดับต่ำสุดคือความต้องการทางกายภาพ (Basic Physical Needs) เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ อย่างปัจจัยสี่ ความต้องการทางเพศ น้ำดื่ม อากาศ ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค การพักผ่อนนอนหลับและสิ่งที่จำเป็นอื่น ๆ ที่ทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้

ขั้นที่ 2 คือ ความต้องการทางด้านความมั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs) ประกอบด้วยความต้องการความปลอดภัย ปรารถนาที่จะได้รับความคุ้มครองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ที่จะมีต่อร่างกาย เช่น อุบัติเหตุ อาชญากรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังหมายถึงความต้องการความมั่นคงในการทำงานและมีบำเหน็จบำนาญความต้องการทางด้านความมั่นคงปลอดภัยนี้ เมื่อได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจของบุคคลแล้ว บุคคลก็จะเกิดความต้องการในลำดับขั้นที่สูงขึ้นไปอีกลำดับขั้น ขั้นที่ 3 ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและองค์การยอมรับและรักใคร่ (Belonging or Social Needs) เป็นความต้องการที่จะให้สังคมยอมรับ ในขั้นนี้มนุษย์ต้องการเพื่อน ต้องการคบค้าสมาคม ต้องการมีครอบครัว มีความรัก และความเห็นใจ

ซึ่งในขั้นที่ 3 นี้ คือเหตุผลที่บอกถึงระดับของกิเลสคนได้อย่างเข้าถึงมาก เพราะความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การอยากมีคนรัก
เป็นกิเลสที่ละเอียดขึ้นเกิดหลังจากเราท้องอิ่ม มีที่อยู่อาศัย มีเงินใช้ ลองคิดดูหากไม่มีจะกิน ไม่มีที่ซุกหัวนอน เราคงไม่มีกะใจอินกับเพลงอย่าง ”อยากมีซัมวันซัมวัน กุมมือฉัน.......” เช่นกันที่เราไม่มีอารมณ์ร่วมกับเพลงเพื่อชีวิตสักเท่าไร เพราะวิถีชีวิตเราไม่ได้เป็นไปในแบบนั้นเท่านั้นเอง แต่ถ้าสังคมเกิดความขัดแย้งขนานใหญ่คล้าย 14 ตุลา หรือเกิดวิกฤติหนักๆ ที่ลุกลามบานปลาย เพลงเพื่อชีวิตที่ตอบสนองภาวะอารมณ์ของคนหมู่มาก จะกลับมาได้รับความนิยมเอง

กิเลสที่ละเอียดแบบอารมณ์รัก เมื่อสื่อผ่านเพลงแล้วมันเกิดเป็นพลังที่พาใจคนให้ล่องลอยเคลิบเคลิ้มได้ชงัดนัก
หรือความระทมขมขื่นจนอยากจะลงไปร้องไห้สักตั้ง เมื่อสื่อผ่านเพลงแล้วเกิดพลังพาให้ใจคนจมดิ่งปวดร้าวได้เหลือกำลัง
ไม่มีอะไรที่สมประสานกันเท่านี้อีกแล้ว คุณว่าไหม แล้วทำไมมันถึงสมประสานกันได้ขนาดนี้ มีคนมากมายตอบรับ ควักตังโหลด ซื้อแผ่น ร้องตามได้ ก็เพราะดนตรีเป็นภาษาสากลที่ทำงานกับหัวใจคนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

มีประสิทธิภาพยังไง ลองคิดดูถ้าเราดูภาพยนตร์ กว่าจะอินกับหนังก็ปาไปชั่วโมงกว่า อ่านหนังสือเล่มหนึ่งก็โน่น 2 – 3 วัน
แต่ถ้าเป็นเพลงแค่โซโล่บาดๆ ขึ้นมาคุณก็โดนมันกระชากจิตไปทันที

รู้แล้วใช่ไหมครับว่าทำไมเพลงรักถึงฮิต

แล้วก็ไม่ผิดหรอกถ้าจะฟังแต่เพลงรัก

ก็มันโดนอะ

2 ความคิดเห็น:

  1. อุ๊ย ตะกี๊เม้นท์ผิดหน้า
    ลบให้ด้วยนะค้า

    เม้นท์ใหม่ ๆ


    "งั้นขอฟังเพลงรักจากพี่ติกซักเพลงได้ไหมคะ ?
    ฮะฮ่า


    Heirachy of Needs ของมาสโลว์นี่เจอแทบทุกวิชาที่เรียนเลยค่ะ
    อะไร ๆ ก็ต้องอาศัยอันนี้สินะ ;P





    ปล. ตามมาจากเว็บบอร์ดเกมกลยุทธ์ค่ะ
    จะบอกว่า แอบปลื้มพี่ติกจากเทปไหนซักเทป
    พอไปดูโปรไฟล์ ว่าเป็นนักแต่งเพลงด้วย
    ยิ่งปลื้มไปใหญ่เลยยย ><"

    ตอบลบ
  2. เพราะเพลงรักอกหักมันทิ่มแทงใจ

    (ฝ้ายเอง ... สงสัยจะลืมแระ เหอๆ)

    ตอบลบ