วันนั้นใกล้เลิกงาน ท้องเริ่มหิว ก็เริ่มคิดว่าจะกินไรดี
ฉับพลัน เทรนด์การกิน และรสชาติที่คุ้นเคย
บวกกับความใส่ใจต่อสุขภาพก็มาเยี่ยมมโนสำนึก
ทางเลือก a
ถ้ากินอาหารญี่ปุ่นเซ็ตร้านดัง+ของกินเล่น ราคารวมเซอร์วิชาร์จแล้ว อยู่ที่ 250 บาท
ได้แอร์เย็นฉ่ำ อาหารอร่อยแบบที่เคยแน่นอน บริการก็คงจะได้มาตรฐานอย่างเคย
และเงินของกระผมก็จะหมุนไปที่เจ้าของกิจการซึ่งน่าจะรวยโขอยู่แล้ว
แต่ถ้าเลือกทางนี้ ผมจะรู้สึกเปลืองแล ะจะต้องเพิ่มความอึดนิดนิด โดยการขึ้นรถตู้กลับบ้าน แล้วต่อมอไซค์
จากนั้นความคิดด้านประหยัดเงินก็ผุดขึ้น พร้อมการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์เพื่อประเทศไทย
(หาเหตุผลสนับสนุนความคิดด้านประหยัดเงิน) นั่นคือ
ทางเลือก b
กินข้าวร้านข้าวต้มตามสั่ง นั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
เมนูยืนพื้น (ต้องสั่ง) ของกระผมคือ ผัดผัก (คะน้า ปวยเล้ง ผักบุ้ง ว่าไป)
เมนูรอง (สมทบความอร่อยที่หลากหลายขึ้น) คือไก่ผัดเม็ดมะม่วงบ้าง จับฉ่ายบ้าง ยำไข่เค็มบ้าง
ข้าวสวย 1 ถ้วย หรือถ้าข้าวต้มก็ 2 ถ้วย กับข้าวสองอย่าง อิ่มดี สิริรวมแล้วอยู่ที่ 120 ไม่น่าเกิน
แต่มาตรฐานรสชาติและปริมาณมีบ่อยๆ ที่ไม่คงที่ลักษณะความสะอาด ตะเกียบที่ใช้ซ้ำ
ซึ่งถ้าเลือกทางนี้ เงินก็จะไหลเข้ากระเป๋ากับคนท้องที่
ที่ควรจะได้ตังค์เพิ่มมากกว่าคนที่รวยโขอยู่แล้ว
และหากเลือกทางนี้ ก็เรียกแท็กซี่ได้เลย เพราะงบโอเคแลกกะความสบาย
แล้วเงินของผม ก็จะหมุนอยู่ในระบบที่เกี่ยวเนื่องกะคนส่วนหลักของประเทศมากกว่า
เช่นแม่ค้าขายผัก หมู ในตลาดสด ไก่ ฯลฯ โอ้วจอร์จ เงิน 120 ของผม ช่วยชาติได้
ณ คืนวันศุกร์ คืนหนึ่ง ที่ผับไฮโซแห่งหนึ่ง พลุกพล่านไปด้วย สาวไฮโซ
บนโต๊ะผมกะเพื่อนๆ มีเหล้าแบล็คเลเบิ้ลครับ
พระเจ้า ความคิดวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์เพื่อประเทศไทย ไม่ผุดขึ้นมาเลย
แล้วทำไม ผมกับเพื่อนๆ ไม่สั่ง แม่โขง หงษ์ทอง
คงไม่ต้องให้บอกมั้งครับ อิอิ
ดีจัง จะกินทั้งทียังคิดเผื่อแผ่ให้คนอื่นด้วย
ตอบลบมีคนแบบนี้เยอะก็ดีเนอะ
ประเทศไทย... รอด